พลเมืองชาวกะเหรี่ยง 84,000 คนเรียกร้องต่อ บานคีมุน ให้ช่วยหยุดการสู้รบในพม่า
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 ข้อเรียกร้องที่เข้าชื่อโดยพลเมืองชาวกะเหรี่ยงจำนวน 84,000 คนจะถูกยื่นให้แก่ เลขาธิการสหประชาชาติบานคีมุน และผู้นำระดับโลกรวมถึง นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ เดวิด แคมเมอรอน และ นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย จูเลีย กิลลาร์ด การยื่นข้อเรียกร้องนี้จะมีขึ้นใน 8 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น, นอร์เวย์, เยอรมัน, สวีเดน และแคนนาดา ข้อเรียกร้องนี้เห็นพ้องโดยองค์กรกะเหรี่ยงจาก 15 ประเทศทั่วโลก และนี่ถือเป็นครั้งแรกของการยื่นข้อเรียกร้องของชาวกะเหรี่ยงต่อผู้นำระดับโลก
ชาวกะเหรี่ยง 84,000 คนได้เข้าชื่อข้อร้องนี้เรียกร้องให้ เลขาธิการสหประชาชาติบานคีมุนให้ใช้นโยบายที่มีประสิทธิภาพเพื่อหยุดปัญหาเผด็จการทหารพม่าทำร้ายประชาชน และล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อพลเมืองทันที
ข้อเรียกร้องนี้ได้ได้ถูกจัดทำขึ้นโดยสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ซึ่งองค์กรทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดที่เป็นตัวแทนของชาวกะเหรี่ยงในพม่า ที่มาจากความร่วมมือของผู้นำชุมชน และได้รับการสนับสนุนจากชุมชนกะเหรี่ยง และองค์กรทั่วโลก
ผู้ที่ร่วมลงนามในข้อเรียกร้องนั้นประกอบด้วยพลเมืองอายุ 16 ถึง 103 ปีเป็นผู้ซึ่งได้รับผลกระทบต่อการกระทำของทหารพม่า พลเมืองเหล่านี้ประสบปัญหาการล่วงละเมิดสิทธิต่าง ๆ เช่น การบังคับใช้แรงงาน, ปล้นสะดม, บังคับขู่เข็ญ, ทำลายที่อยู่อาศัย, หมู่บ้าน, พืชผล และไร่นา, บังคับให้ย้ายถิ่นฐาน, การฆ่านอกเขตบังคับใช้กฎหมาย มีทั้งผู้หญิง และเด็กที่ถูกทำร้าย, ทรมาน รวมทั้งการข่มขืนเด็ก และผู้หญิงอย่างเป็นระบบโดยทหารพม่ามาเป็นเวลาหลายสิบปี กว่า 3,600 หมู่บ้านในรัฐทางตะวันออกของพม่านั้นก็ถูกทำลายอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 15 ปีแล้ว เฉลี่ยสี่หมู่บ้านต่ออาทิตย์
ในปี พ.ศ. 2554 ก่อนการเลือกตั้งในพม่าเมื่อเดือนพฤศจิกายน สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงนั้นได้เก็บข้อมูลการล่วงละเมิดสิทธิในหลายพื้นที่ในรัฐกะเหรี่ยง พบว่ามีพลเมืองที่ถูกฆ่าเป็นจำนวน 18 คน, ถูกทรมานเป็นจำนวน 38 คน, ทำร้ายร่างกายจำนวน 52 คน, ถูกจับโดยไม่มีข้อหา 2,336 คน และถูกใช้เป็นแรงงานทาส, บ้าน และโรงเรียนอีก 198 แห่งนั้นถูกทำลาย, ไร่นา และสวนอีกจำนวน 146 แห่งถูกทำลาย และพลเมืองอีกมากกว่า 3,000 คนจำต้องหลบหนีจากที่อยู่อาศัย และไปหลบอยู่ในป่า
การเลือกตั้งมีขึ้นในวันที่ 7 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2554 นั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่จะนำมาซึ่งประชาธิปไตย, การปรองดอง หรือสันติภาพ และความมั่นคงในประเทศพม่า และมันจะไม่แก้รากแห่งปัญหา ซึ่งนั่นก็คือความไม่เท่าเทียมของกลุ่มชาติพันธุ์ และสิทธิมนุษยชน รัฐธรรมนูญนั้นเขียนขึ้นมาเพื่อรักษาการมีอยู่ของทหารโดยที่ไม่ให้สิทธิและปกป้องกลุ่มชาติพันธุ์ และนี่ถือเป็นปัญหาใหญ่ต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในพม่า
สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงต้องการแก้ไขปัญหานี้โดยทำการเรียกร้องหลายต่อหลายครั้งต่อรัฐบาลทหารพม่าให้ตอบรับการเรียกร้องจากสมัชชาสหประชาชาติ, คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ, สหภาพยุโรป, สหรัฐอเมริกา และอื่น ๆ และให้เข้าร่วมการเจรจาไตรภาคีเพื่อการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐบาลทหารพม่านั้นได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม อีกทั้งยังจงใจทำร้ายพลเมืองของเรา